=Sigh-Sign=
Hetaria fan-fiction
Note: มือใหม่หัดขับมวากกกกกกก ไม่ได้ศึกษาประวัติศาสตร์ใดๆ ทั้งนั้นแหละฮ่ะ (อ่ะนะ...เกียจคร้านได้อีก) แต่อารามว่าไปอ่านฟิคของกีแล้วก็เกิดแรงบันดาลใจอยากเขียนขึ้นมาซะอย่างนั้น เพราะฟิคที่ซื้อมามันไม่มีคู่นี้นี่!! เราก็ถือคติเขียนเองซะเลย เหอๆๆ ผิดพลาดประการใดก็บอกกันได้เน้อออออออออ
XXXXXXXXXXXXXXXXXX
เฮ่อ ผมรู้น้าว่าหลายๆ คนคงคิดว่าผมไม่ได้ความแน่ๆ
อือ บางทีผมก็คิดแบบนั้นนะ แต่บางทีคุณทั้งหลายคงไม่รู้มั้งว่าผมก็สังเกตเห็นอะไรรอบๆ ตัวเหมือนกัน
เช่น เรื่องการถอนหายใจของใครบางคน
แหม ก็ผมต้องพึ่งพาเขาหลายอย่างนี่นา ถ้าไม่สังเกตอารมณ์ของคนๆ นั้นบ้าง ก็มีหวังคงต้องโดนโกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยงหลายรอบ ให้ผมต้องวิ่งไปมองหาที่หลบภัยกันบ่อยๆ แน่ๆ เลย เพราะฉะนั้น สิ่งหนึ่งที่ผมต้องคอยดูก็คือ ถ้าผมขออะไรเขาสักอย่างแล้ว แนวโน้มคำตอบจะออกมาแบบไหนกัน แล้วพอต้องขอโน่นขอนี่ขอนั่น ผมก็พอจะเดาคำตอบเขาได้ลางๆ
ซึ่งแน่นอนว่าสัญญาณไฟเขียวก็จะมาพร้อมกับเสียงถอนหายใจ
“ลุดวิกกกกกก”
“ว่าไง..” เจ้าตัวตอบทั้งที่ไม่ได้หันมามองหน้าผม สงสัยก็ยังคงยุ่งอยู่กับการวางแผนอะไรสักอย่างที่อยู่บนแผนที่ที่แผ่เต็มโต๊ะไปหมด
“ฉันจะไปเที่ยวกับอลิซาเบธาน้า!” อุ... ร่างสูงนั้นชะงักไปหน่อยนึงก่อนที่จะหันมามองผม จะไปรอดมั้ยเนี่ยเรา ขณะที่ผมลุ้นระทึกอยู่ในใจ ลุดวิกก็ขมวดคิ้วนิดๆ ก่อนที่จะ...
....ถอนหายใจออกมา.....
เย้ แบบนี้ไม่ต้องฟังคำตอบก็รู้อยู่แล้วว่า ‘ได้’ แหงแซะ แล้วคำตอบที่ตามมาก็เป็นอะไรที่ผมนึกไว้อยู่แล้ว
“ดูแลตัวเองให้ดีล่ะ”
แต่แน่นอนว่าคงไม่ใช่ทุกครั้งที่ผมสามารถทำให้ลุดวิกตกลงได้ทุกครั้งเพราะอย่างน้อยเวลาที่ผมไม่อยากฝึกทหาร หมอนั่นก็ไม่เคยทำหน้าเหนื่อยถอนหายใจ ปล่อยผมไปกินพาสต้าเลย สุดท้ายสิ่งที่ผมมักจะได้ก็คือฝึกการวิ่งหนีเพื่อพัฒนากำลังขาแทน
แล้วนี่ก็เป็นอีกครั้งหนึ่งที่ไม่มีอาการถอนหายใจยอมลงให้กับผม
“อย่าไปบังคับโรเดอริคให้มาเป็นพันธมิตรไม่ได้เหรอ”
คำตอบแบบเดียวที่ผมได้กลับมาคือ ใบหน้าเคร่งเครียด กับคำพูดที่ว่า “คำสั่งผู้บังคับบัญชาฉันจะไปขัดได้ยังไง”
ผมรู้ว่าเขาเองก็ไม่สบายใจ...
และที่แน่ๆ ผมก็ไม่สบายใจ...
ความไม่สบายใจของผมมันไม่เหมือนกับความไม่สบายใจชนิดวาระระดับชาติของเขาหรอกครับ ผมมันแค่คนเห็นแก่ตัว ที่หวาดกลัวถึงฐานะของตัวเองว่าจะไปอยู่ที่ไหน และเขาคนนี้จะลืมผมไปหรือเปล่า...
กลัวจนทำตัวงี่เง่า งอแงเพื่อที่ว่าอย่างน้อยเขาจะยอมลงให้ผมอีกสักครั้ง
“ไม่เอาอ่ะ ไม่เอา”
“นายเป็นอะไรของนายกันน่ะ” คิ้วลุดวิกขมวดยุ่งจนแทบจะผูกเป็นโบได้ ไม่ต้องใช้ความคิดก็ดูรู้ว่ากำลังลำบากใจ แต่ถึงกระนั้นเขาก็ไม่ได้ผลักไสผมออกจากเตียงของเขาที่ผมยึดมั่นปักหลักเป็นที่อาละวาด
“ฮือออออออออออออออออ” ไปๆ มาๆ น้ำตาก็ไหลพรากออกมาแบบที่ไม่ต้องบีบบังคับ
“เอ้าๆ แล้วทำไมมาร้องไห้กันแบบนี้ล่ะ” เจ้าของคำพูดทำหน้าเหมือนอยากจะเอาเท้าขึ้นมาก่ายหน้าผากของตัวเองเต็มแก่ ก่อนที่เขาจะมานั่งลงที่ขอบเตียงแล้วพยายามทำเสียงให้ใจดีที่สุด “ไหนบอกฉันหน่อยได้มั้ยว่า ร้องไห้ทำไม”
“ฮึกๆ” ไม่ยักรู้แหะว่าจะพูดให้รู้เรื่องตอนร้องไห้มันยากขนาดนี้ ผมกลัวนี่ ผมกลัวว่าเขาจะไม่มาอยู่ข้างๆ ผมอีกแล้ว ผมสูดหายใจลึกๆ ครั้งหนึ่งก่อนที่จะยอมเอ่ยสิ่งที่ติดค้างอยู่ในหัวใจ เรื่องที่จะมาเป็นพันธมิตรอะไรนั่นน่ะ ช่างหัวมันปะไร แต่แค่เรื่องที่ต้องสูญเสียลุดวิกไปเท่านั้นที่ผมทนไม่ได้
ผมเอ่ยขึ้นด้วยเสียงเครือ “ไม่เอาอ่ะ อย่าทิ้งฉันไปนะ”
ตอนนั้นเองที่ผมเห็นลุดวิกชะงักไป ก่อนที่เขาจะโอบตัวผมไว้ แม้จะร้องไห้จนหูอื้อ แต่ผมก็ยังได้ยินเสียง..เสียงที่ไม่ได้ยินมานานในรอบหลายวันมานี้ เสียงที่ทำให้ผมยิ้มได้
...เสียงถอนหายใจยาวๆ ......
XXXXXXXXXXXXXXXXXXXXXXXXXXX
เอิ่ม..ถ้าจะถามว่าทำไมมันสั้นขนาดนี้ ก็ต้องบอกว่า ไม่รู้ง่ะ เรื่องสั้นๆ ไง เสี้ยนอยากจะเขียน แต่ไม่อยากเขียนยาวๆ ขอสั้นๆ ก็แล้วกันนะ เอิ๊ก หวังว่าวันหน้าจะมีโอกาสได้อัพบล๊อกอีกหลังจากที่หายหัวไปนานนะคะ
ปล. รู้สึกไปเองหรือเปล่าก็ไม่รู้ว่าเขียนลุดวิกได้อารมณ์ปะป๋าแมกซ์!
ขอบคุณทุกท่านที่ทนอ่านกันนะคะ
edit @ 2 Jan 2009 20:36:48 by ^-Hawkeye-^
edit @ 2 Jan 2009 20:40:11 by ^-Hawkeye-^